เอเป็ก ประกาศความเป็นหุ้นส่วนภาคีในเรื่องความมั่นคงด้านอาหารในระดับโลก

ผู้นำชาติในภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก พร้อมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารบรรษัทต่าง ๆ ได้ประชุมร่วมกันในการประชุมสุดยอดความร่วมมือของกลุ่มเอเป็ก (asia pacific economic cooperation, apec) อย่างเป็นทางการครั้งที่ 21 ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ฮอนโนลูลู ผลลัพธ์การประชุมครั้งนี้เกิดความร่วมมือที่เรียกว่าความเป็นหุ้นส่วนภาคีร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความมั่นคงในอุปทานอาหารในระดับโลก พร้อมกับการตั้งกองทุน

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่ามีชาวอเมริกันเกือบ 50 ล้านคนป่วยจากการทานอาหารที่ทาน และมีอีกหลายพันชีวิตที่ต้องจากไปเพราะการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากอาหารในแต่ละปี ส่วนคุณ sri mulyani ผู้อำนวยการบริหารธนาคารโลก กล่าวว่า “วิกฤตความมั่นคงด้านอาหารที่เกิดขึ้นในภูมิภาคหนึ่ง สามารถกลายมาเป็นวิกฤตในอีกภูมิภาคหนึ่งอย่างรวดเร็ว”

เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้เซ็นอนุมัติผ่านพระราชบัญญัติการทำให้ความปลอดภัยด้านอาหารมีความทันสมัยมากขึ้น (food safety modernization act) ซึ่งนั่นแปลว่า มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารได้รับการยกระดับให้สูงขึ้น กฎหมายใหม่ฉบับนี้พุ่งเป้าไปที่การป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วยที่เกิดมาจากอาหาร

ส่วน คุณพาเมลา เบลีย์ ประธานสมาคมผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค (grocery manufacturers association) กล่าวว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด “การป้องกันคือหัวใจของความปลอดภัยด้านอาหาร นับว่าเป็นการป้องกันเหตุการณ์ใดก็ตามก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง” 

ทุนก้อนใหม่ตั้งเป้าไปที่การสร้าง ขีดความสามารถในการควบคุมดูแล โดยแรกเริ่มต้นจากประเทศสมาชิกในกลุ่มเอเป็ก  มีประเทศอุตสาหกรรมพี่เบิ้มอย่างสหรัฐอเมริกา ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เช่นจีนและอินเดีย และชาติกำลังพัฒนาอย่างเวียดนาม เป็นต้น 

คุณ rohit khanna จากบรรษัท waters corporation ผู้ผลิตเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ และเป็นหนึ่งในภาคีของกองทุนนี้ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์นี้รวมเอาการให้การศึกษาแก่ผู้ผลิตอาหารและผู้ทำอาหารสำเร็จรูปรวมถึงการทดสอบทางวิทยาศาสตร์เข้าไว้ด้วย   

คุณ rohit กล่าวว่า “ผู้ส่งออกต้องสร้างความมั่นใจก่อนการส่งสินค้าของตนออก โดยสินค้าต้องถูกทดสอบและผ่านมาตรฐาน แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือประเทศเหล่านี้ ในขณะที่ประชากรยากจนก็กำลังขยับผลักตัวเองขึ้นสู่การเป็นชนชั้นกลาง พวกเขาก็กำลังคาดหวังคุณภาพอาหารที่ผลิตในท้องถิ่นให้มีมาตรฐานเช่นเดียวกันกับอาหารที่พวกเราคาดหวังจะมาขายในตลาดสหรัฐฯ” 

เจ้าหน้าที่จากสหรัฐอเมริการายหนึ่ง ที่ร่วมเสวนาในงานเปิดตัวภาคีความปลอดภัยด้านอาหารในระดับโลก (global food safety partnership) กล่าวว่า อาหารมากถึงร้อยละ 20 ที่ชาวอเมริกันบริโภคนั้นมาจากการนำเข้า  รวมถึงอีกร้อยละ 80 ที่เป็นอาหารทะเล ส่วนใหญ่มาจากเอเชีย  ยุทธศาสตร์สำหรับเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารเห็นทีต้องเป็นเรื่องระดับโลกแล้ว 

คุณพาเมลา กล่าวอีกว่า ทุนก่อนใหม่นี้ เป็นก้าวย่างหนึ่งเพื่อให้ไปในทิศทางนั้น มีทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ครึ่งหนึ่งของทุนก้อนนี้ได้รับการช่วยเหลือโดยบรรษัทมาร์ส อีกหนึ่งในสี่ส่วนมาจากองค์การเพื่อการพัฒนาสากลแห่งสหรัฐอเมริกา (u.s. agency for international development) ส่วนธนาคารโลกจะทำหน้าที่เป็นผู้บริหารทุนก้อนนี้ 

/ขอบคุณ สสส

Comments are Closed

© 2017: My Blog | KABBO Theme by: D5 Creation | Powered by: WordPress